หลักการเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมอย่างไร

หลักการเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมอย่างไร ให้งานสวยและแข็งแรงทนทาน

การเชื่อมที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการควบคุม 4 ปัจจัยหลักนี้ให้สมดุลกันครับ:

1. C – Current Setting (การตั้งกระแสไฟ)

ไฟแรงไปเหล็กจะทะลุและเกิดสะเก็ดไฟ (Spatter) เยอะ แต่ถ้าไฟอ่อนไปลวดเชื่อมจะติดเหล็กและซึมลึกไม่พอ

  • วิธีเช็ก: ดูที่ข้างกล่องลวดเชื่อม จะมีบอกว่าขนาดลวดเท่านี้ควรใช้ไฟกี่แอมป์ (Amp)
  • หัวใจ: ไฟที่พอดีจะทำให้เสียงเชื่อมดัง “ฉ่าาา” สม่ำเสมอเหมือนเสียงทอดเบคอนครับ

2. L – Length of Arc (ระยะอาร์ค)

คือระยะห่างระหว่างปลายลวดเชื่อมกับชิ้นงาน

  • ระยะที่เหมาะสม: ควรห่างประมาณ ความโตของแกนลวดเชื่อม (เช่น ลวด 2.6 มม. ก็ควรห่างประมาณ 2.6 มม.)
  • ผลลัพธ์: ถ้าระยะห่างเกินไป ไฟจะส่าย รอยเชื่อมจะกว้างและไม่แข็งแรง ถ้าชิดไปลวดจะติดชิ้นงาน

3. A – Angle of Electrode (มุมลวดเชื่อม)

มุมของลวดเชื่อมมีผลต่อการไหลของน้ำเหล็กและการซึมลึก

  • มุมที่แนะนำ: ทำมุมประมาณ 70 – 80 องศา กับทิศทางการเดินลวด
  • เทคนิค: เอียงลวดเชื่อมไปในทิศทางที่จะเดินไปเล็กน้อย เพื่อให้แรงอาร์คดันน้ำเหล็กให้ราบเรียบ

4. M – Manipulation / Speed (การเคลื่อนที่และความเร็ว)

การรักษาความเร็วให้คงที่คือสิ่งที่ยากที่สุดแต่สำคัญที่สุด

  • ช้าไป: น้ำเหล็กกองหนาเกินไป ความร้อนสะสมสูงจนชิ้นงานบิดตัวหรือทะลุ
  • เร็วไป: รอยเชื่อมเล็กและบาง การซึมลึกน้อยเกินไปจนชิ้นงานอาจหลุดออกจากกันได้

🛠️ 3 ขั้นตอนลัด สู่รอยเชื่อมระดับมือโปร

  1. เตรียมผิวงาน: อย่าขี้เกียจขัดสนิม สี หรือคราบน้ำมันออก เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดฟองอากาศในรอยเชื่อม (Porosity) ทำให้งานไม่แข็งแรง
  2. การส่ายลวด (Weaving): สำหรับงานที่ต้องการความสวยงาม การส่ายลวดเป็นรูปตัว C, Z หรือ วงกลมเล็กๆ จะช่วยให้รอยเชื่อมแผ่กว้างและดูเป็นระเบียบเหมือนเกล็ดปลา
  3. เคาะสแลก (Slag): เมื่อเชื่อมเสร็จต้องรอให้เย็นลงเล็กน้อยแล้วเคาะตะกรัน (Slag) ออกให้หมด เพื่อตรวจสอบว่ารอยเชื่อมสมบูรณ์ไหม มีรูพรุนหรือตรงไหนที่เชื่อมไม่ติดหรือไม่

การเชื่อมไฟฟ้า (Arc Welding)
การเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ามีมานานแล้ว โดยใช้สําหรับเชื่อมซ่อมแซมชิ้นส่วนโลหะที่ชํารุดหรือประกอบชิ้นส่วนเขาด้วยกันซึ่งในระยะแรกนั้นคุณภาพแนวเชื่อมยังไม่ดีนัก ปัจจุบันเทคโนโลยีการเชื่อมได้ก้าวหน้าไปมาก มีการปรับปรุงทั้งด้านกลวิธีการเชื่อมและคุณภาพของรอยเชื่อม นอกจากนั้นยังมีการคิดค้นขบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่แปลกใหม่อีกมากมาย เช่น การเชื่อมแบบมิก การเชื่อมแบบทิก การเชื่อมแบบใต้ฟลักซ์ การเชื่อมแบบพลาสม่า และอื่นๆ

13 2

ความหมายของการเชื่อมโลหะ

ขบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ การเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมมีสารพอกหุม (Shielded Metal Arc Welding) หรือเรียกว่าการเชื่อมด้วยธูปเชื่อม ซึ่งเป็นขบวนการเชื่อมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากต้นทุนต่ํา งานที่เชื่อมด้วยขบวนการนี้ ได้แก่ ท่อส่งแก๊ส ท่อส่งน้ํามัน งานโครงสร้าง งานช่างกลเกษตร และอื่นๆ
ขอดีของขบวนการเชื่อมแบบนี้คือ สามารถเชื่อมได้ทั้งโลหะที่เป็นเหล็กและไม่ใช่เหล็ก ที่มีความหนาตั้งแต่1.2 มม. ขึ้นไป และสามารถเชื่อมได้ทุกท่าเชื่อม

13 3

ข้อดีของการเชื่อม

1. โครงสรางของงานไม่ยุ่งยาก
2. รอยต่อมีคุณภาพสูง
3. สามารถป้องกันการรั่วไหลของแก๊ส น้ำมัน ของเหลว และอากาศได้ดี
4. ประหยัดวัสดุ
5. ลดขั้นตอนการทํางาน
6. งานมีคุณภาพสูงคงทนและสวยงาม
7. ลดต้นทุนการผลิต
8. ลดเสียงดังขณะทํางาน

13 4

ข้อเสียของการเชื่อม

1. ทําให้คุณสมบัติของงานเชื่อมเปลี่ยนแปลง
2. งานบิดตัวและหดตัว
3. ทําให้เกิดความเค้นตกค้างอยูในวัสดุงานเชื่อม
4. การตรวจสอบคุณภาพของงานเชื่อมทําได้ยาก
5. ชิ้นส่วนของงานเชื่อมมีความไวต่อการเกิดความเค้นเฉพาะที่

13 5

TALAY TOOLS

จำหน่าย เครื่องมือช่าง และ เครื่องมืออุตสาหกรรม เครื่องมือ DIY อุปกรณ์บ้าน และ สวน ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและความทนทานในราคาที่คุ้มค่า มองหา เครื่องมือช่างของแท้ 100% นึกถึง Talaytools ร้านเครื่องมือช่างใกล้ตัวคุณ

ติดต่อสอบถามได้ที่